วันศุกร์ที่ 31 กรกฏาคม 2009 เวลา 09:13 น. แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 22 กรกฏาคม 2010 เวลา 13:54 น.
มาตรการจัดการกากอุตสาหกรรมที่เป็นอันตราย ในปัจจุบันยังขาดประสิทธิภาพ จะเห็นได้จากจำนวนโรงงานที่เข้าสู่ระบบการจัดการกากอุตสาหกรรมที่เป็นอันตรายอย่างถูกต้องมีเพียงร้อยละ 14 จากโรงงานอุตสาหกรรมจำพวกที่ 2 และจำพวกที่ 3 จำนวน 84,637 (กรมโรงงานอุตสาหกรรม,2551) ให้สถิติเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมที่เป็นอันตรายมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี ปัญหาที่เกิดขึ้นมักไม่สามารถติดตามหาผู้กระทำผิดมารับโทษตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้ ทำให้การกำจัดกากอุตสาหกรรมและบำบัดฟื้นฟูที่ปนเปื้อนเป็นภาระแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะหน่วยงานท้องถิ่นเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2552 คณะรัฐมนตรีมีมติด้านสิ่งแวดล้อมว่าด้วยเรื่อง มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการลักลอบทิ้งและบริหารจัดการกากอุตสาหกรรมที่เป็นอันตราย ซึ่งมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่หลายหน่วยงานด้วยกัน ได้แก่ กระทรวงคมนาคม,กระทรวงมหาดไทย,สำนักงานตำรวจแห่งชาติ,กระทรวงสาธารณสุข,กระทรวงพลังงาน,กระทรวงการคลัง และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีสาระสำคัญที่พอสรุปได้ ดังนี้
1. มาตรการที่เกี่ยวข้องกับโรงงานผู้ก่อกำเนิดกากอุตสาหกรรมที่เป็นอันตราย จะเร่งรัดดำเนินการให้โรงงานอุตสาหกรรมเข้าสู่ระบบการจัดการกากของเสียอันตราย กำหนดให้โรงงานอุตสาหกรรมที่มีการใช้สารเคมีหรือมีกากอุตสาหกรรมที่เป็นอันตรายเกิดขึ้นต้องวางหลักประกันทางการเงินเมื่อขออนุญาตหรือขอขยายการประกอบกิจการโรงงาน ให้แล้วเสร็จภายในปี 2553
2. มาตรการที่เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการขนส่ง จะกำหนดให้มีการติดตั้งหรือใช้งานระบบการติดตามตำแหน่งรถขนส่งกากอุตสาหกรรมที่เป็นอันตราย (GPS) เพื่อติดตามและเฝ้าระวังการขนส่งกากอุตสาหกรรมที่เป็นอันตราย อีกทั้งกำหนดให้รถส่งของเสียอันตรายติดป้ายหรือสัญลักษณ์ เพิ่อบ่งชี้ว่า เป็นรถขนส่งของเสียที่แตกต่างจากรถขนส่งวัตถุอันตราย ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี 2552
3. มาตรการที่เกี่ยวข้องกับเจ้าของที่ดิน คือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชาสัมพันธ์ให้เจ้าของที่ดินทราบถึงความผิดในการครอบครองวัตถุอันตรายโดยไม่ได้รับอนุญาตและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดในการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมที่เป็นอันตราย กรณีพบผู้กระทำผิดต้องถือเป็นภารกิจสำคัญในการตรวจพิสูจน์และรวบรวมหลักฐานเพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษต่อผู้กระทำผิดโดยด่วนเพื่อไม่ให้เกินอายุความและดำเนินคดีตามกฎหายให้ถึงที่สุด รวมทั้งให้ความร่วมมือกับท้องถิ่นในการจัดการกับกองอุตสาหกรรมที่ถูกลักลอบทื้งและบำบัดฟื้นฟูที่ปนเปื้อนกากอุตสาหกรรมที่เป็นอันตราย โดยเริ่มในปี 2552 และดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
4. มาตรการที่เกี่ยวข้องกับท้องถิ่น คือ กำหนดกฎ ระเบียบ หลักเกณฑ์ และวิธีการจัดการของเสียอันตรายจากสถานประกอบการพาณิชยกรรมในชุมชนเพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถดูและสถานประกอบการในเขตพื้นที่ของตนให้จัดการของเสียอันตรายอย่างถูกต้องตามหลักเกณฑ์วิธีการที่กำหนดให้แล้วเสร็จภายในปี 2553 และกำหนดเงื่อนไขแนวทางและวิธีการจัดการกากน้ำมันที่เหลือจากการผลิต Bio-diesel จากน้ำมันใช้แล้วในชุมชนอย่างถูกต้อง ให้แล้วเสร็จภายในปี 2552



