สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงกับแหล่งกำเนิดมลพิษ

พิมพ์ PDF

          เนื่องจากมีการปฏิรูประบบราชการโดยให้มีการจัดตั้งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมขึ้นมา และให้โอนภารกิจของกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมในส่วนที่เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ไปเป็นของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประกอบกับมีการยกเลิกกฎหมายว่าด้วยการเก็บรักษาและขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นกฎหมายให้อำนาจในการควบคุมดูแลการประกอบกิจการเก็บรักษาและขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงและได้มีการตรากฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงขึ้นมาบังคับใช้ใหม่ โดยใช้ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2549  มี 2 เรื่อง คือ ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง และ ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดให้สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษที่จะต้องถูกควบคุมการปล่อยน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะหรือออกสู่สิ่งแวดล้อม  โดยประกาศเพื่อควบคุมการประกอบกิจการสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ประเภท ก  และประเภท ข

          สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท ก ได้แก่ สถานีที่ตั้งอยู่ในเขตทางหลวงหรือถนนสาธารณะ ที่มีความกว้างของถนนไม่น้อยกว่า 12.00 เมตร หรือถนนส่วนบุคคลที่มีความกว้างของถนนไม่น้อยกว่า 10.00 เมตรหรือสถานีบริการตั้งติดถนนใหญ่ ส่วนสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท ข นั้นตั้งอยู่บนที่ดินที่ติดเขตถนนสาธารณะที่มีความกว้างของถนนต่ำกว่า 12.00 เมตรหรือถนนส่วนบุคคลที่มีความกว้างของถนนน้อยกว่า 10.00 เมตร  ซึ่งตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ได้กำหนดค่ามาตรฐานน้ำทิ้งจากสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง  โดยควบคุมค่าพารามิเตอร์ดังต่อไปนี้ คือ ความเป็นกรด-ด่าง 5.5-9.0 , ซีโอดี ไม่เกิน 200 มิลลิกรัมต่อลิตร , สารแขวนลอย ไม่เกิน 60 มิลลิกรัมต่อลิตร , น้ำมันและไขมัน ไม่เกิน 15 มิลลิกรัมต่อลิตร และประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดให้สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษที่จะต้องถูกควบคุมการปล่อยน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะหรือออกสู่สิ่งแวดล้อม ได้กำหนดให้สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษที่จะต้องถูกควบคุมการปล่อยน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะหรือออกสู่สิ่งแวดล้อมนอกเขตที่ตั้ง และ ห้ามเจ้าของหรือผู้ครอบครองสถานีสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงปล่อยน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะหรือออกสู่สิ่งแวดล้อมเว้นแต่จะได้ทำการบำบัดน้ำเสียให้เป็นไปตามมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง
          สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 15 มีพื้นที่ดูแลรับผิดชอบ 5 จังหวัดชายฝั่งทะเลอันดามัน คือ ภูเก็ต กระบี่ ตรัง พังงา และสตูล โดยมีสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง 273 แห่ง ตั้งอยู่ในจังหวัดภูเก็ต 34 แห่ง กระบี่ 71 แห่ง ตรัง 84 แห่ง พังงา 43 แห่ง และสตูล 41 แห่ง  สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง 273 แห่งในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค 15 ภูเก็ต มี 194 แห่ง ที่ให้บริการเฉพาะการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงเท่านั้น  ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 71.06 ของสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงทั้งหมด ส่วนอีก 79 แห่ง ยังมีบริการอื่นๆนอกเหนือจากบริการเติมน้ำมันเชื้อเพลิง คือ บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและล้างอัดฉีด 33 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 12.09 ของสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงทั้งหมด ล้างอัดฉีด 13 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 4.76 ของสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงทั้งหมด เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง  29 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 10.62 ของสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงทั้งหมด ส่วนอีกร้อยล่ะ 1.46 คือ บริการล้างอัดฉีดและซ่อมรถ 1 แห่ง   ปะยาง 1 แห่ง   เติมก๊าซ 1 แห่ง และบริการอู่ซ่อมรถ 1 แห่ง กิจกรรมที่ส่งผลให้เกิดน้ำเสียในสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง คือ การล้างอัดฉีด การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ซึ่งมีทั้งหมด 76 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 27.84 ของสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงทั้งหมด  ซึ่งน้ำเสียที่เกิดขึ้นนั้นจะต้องผ่านกระบวนการบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อม โดยน้ำทิ้งต้องผ่านมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ตามประกาศกระทรวงฯ ข้างต้น
                                                  แผนที่แสดงสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงในจังหวัดภูเก็ต   

          
 
           แหล่งที่มา: ศูนย์บริการสารสนเทศสิ่งแวดล้อม ( http://reo15.envicluster.deqp.go.th/index.jsp )

                                   แผนที่แสดงสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงในเขตพื้นที่อำเถอถลาง จังหวัดภูเก็ต


 
                แหล่งที่มา: ศูนย์บริการสารสนเทศสิ่งแวดล้อม (http://reo15.envicluster.deqp.go.th/index.jsp )
 การดำเนินกิจการสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงย่อมส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น น้ำเสียที่เกิดจากกิจกรรมต่างๆภายในสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง เช่น น้ำเสียจากบริการล้างอัดฉีด น้ำเสียจากห้องน้ำห้องส้วมที่ให้บริการในสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง สารพิษจากไอระเหยของน้ำมันที่ระเหยออกสู่บรรยากาศ ซึ่งแต่ละประเด็นจะส่งผลกระทบกับต่อสิ่งแวดล้อมมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับปริมาณและความอันตรายของมลพิษที่ถูกปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อม ดังนั้นจึงต้องมีการจัดการกับมลพิษเหล่านั้นก่อนปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อมเพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อม        
 

อ้างอิง
พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2535,เล่มที่ 123,ตอนที่ 129,2549,หน้า 583-588.
“ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน.”  2552. [ระบบออนไลน์].  แหล่งที่มา http://kodmhai.com/m7/New3/N166.html.(6 พฤศจิกายน  2552)
“ระบบสารสนเทศภูมิสาสตร์.”  2552.  [ระบบออนไลน์].  แหล่งที่มา http://reo15.envicluster.deqp.go.th/index.jsp.(6 พฤศจิกายน  2552).

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ลิขสิทธิ์ © 2010 การจัดการความรู้สิ่งแวดล้อม สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 15. สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด.
5/51-52 ถนนศักดิเดช ตำบลตลาดเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต 83000
Tel : 076-219329, 076-219415 Fax : 076-219603
e-mail : reo15.org@mnre.mail.go.th