แผนฉุกเฉินกรณีเหตุมลพิษทางน้ำ

พิมพ์ PDF
     เหตุมลพิษทางน้ำที่เกิดขึ้นมาจากหลายสาเหตุ อาทิ การลักลอบปล่อยน้ำเสียหรือของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม น้ำทิ้งชุมชน น้ำทิ้งจากกิจกรรมการเกษตร การเกิดอุบัติเหตุที่มีการรั่วไหลของสารเคมีหรือสารพิษลงสู่แหล่งน้ำ หรือการเกิดปรากฎการณ์ยูโทรฟิเคชัน หรือเกิดจากโรคระบาดในสัตว์น้ำเป็นต้น ซึ่งส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงคุณภาพสิ่งแวดล้อมของแหล่งน้ำที่ทำให้สิ่งมีชีวิตที่อาศัยในแหล่งน้ำตายได้

การนี้ตามบทบาทหน้าที่ของสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 15ในการเฝ้าระวังและควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อมแหล่งน้ำผิวดิน และแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนด้านสิ่งแวดล้อม จึงได้จัดทำแผนฉุกเฉินกรณีเหตุมลพิษทางน้ำเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานแก่เจ้าหน้าที่สสภ.15 เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นสามารถดำเนินงาน ประสาน สนับสนุนงานกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

 

บทบาทและภารกิจ

           กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.)

                          - รับทราบสภาพปัญหา พิจารณามอบหมาย/สั่งการในการแก้ไขปัญหา และเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะ

กรมควบคุมมลพิษ(คพ.)

                - รับสำเนาแจ้งเหตุ

                - สนับสนุนสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค/สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด ในการจัดการแก้ไขปัญหาในพื้นที่

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 15

                - รับแจ้งเหตุ

                - แจ้งเหตุฉุกเฉินหรือร้องเรียนด้านสิ่งแวดล้อม ต่อ ทส.และทสจ.

                - สนับสนุนสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด ในการจัดการแก้ไขปัญหาในพื้นที่รับผิดชอบ

                - ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการแก้ไขปัญหา

สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด (ทสจ.)

                - รับแจ้งเหตุ

                - ประสาน สสภ.และคพ.ในการแจ้งเหตุ ข้อมูล สถานการณ์ สภาพปัญหาและความร่วมมือในการจัดการแก้ไขปัญหาในเขตจังหวัดที่รับผิดชอบ

                - ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการแก้ไขปัญหา

 

ผู้รับผิดชอบการปฏิบัติงาน

                สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 15 ได้แต่งตั้งคณะทำงานดำเนินงานจัดการเรื่องร้องเรียนและเหตุเตือนภัยด้านสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย

1.นายอัครวัฒน์  หิรัญพันธุ์              นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการพิเศษ

2.นายศุภชัย      นาวิกภูมิ               นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการพิเศษ

3.นายมนต์ชัย    ปั้นโอ้                   นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ 

และแต่งตั้งคณะทำงานสนับสนุนการปฏิบัติงานเรื่องร้องเรียนและเหตุเตือนภัยด้านสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย

1. นางเพ็ญสินี  หนูทอง                   นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ

2. นางสาวนันทนิตย์  เจริญไธสง        นักวิชาการสิ่งแวดล้อมปฏิบัติการ

3.นายเชิดชาย   นันทบุตร                 นักวิชาการสิ่งแวดล้อม

โดยมีหน้าที่ความรับผิดชอบ การตรวจสอบข้อเท็จจริงและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้คำปรึกษา ข้อเสนอแนะมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม สนับสนุนการตรวจวิเคราะห์คุณภาพสิ่งแวดล้อมในภาคสนามและห้องปฏิบัติการ และรวบรวมจัดเก็บข้อมูลเหตุเตือนภัยด้านสิ่งแวดล้อมในพื้นที่รับผิดชอบและภายใต้อำนาจหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดไว้

 

เครือข่ายสิ่งแวดล้อม

                1.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต

                                โทรศัพท์ 076 211067 ต่อ 14

                2.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพังงา

                                โทรศัพท์ 076 440619

                3.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดกระบี่

                                โทรศัพท์ 075 611396

                4.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดตรัง

                                โทรศัพท์ 075 218983

                5.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสตูล

                                โทรศัพท์ 074 4711039

                6.กรมควบคุมมลพิษ

                                สำนักจัดการคุณภาพน้ำ โทรศัพท์ 02 2982268

                                ฝ่ายตรวจและบังคับการ โทรศัพท์ 02 2982648 ,02 2982598

                                ฝ่ายคุณภาพสิ่งแวดล้อมและห้องปฏิบัติการ โทร 02 2982548

โทรสาร 02 2982819

                7.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

                                สำนักปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โทร
02 2788561-5

 

รายละเอียดขั้นตอนการดำเนินงาน

                ประกอบด้วยขั้นตอนต่างๆ ดังนี้

1. การรับแจ้งเหตุ  สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 15 ได้เปิดช่องทางสื่อสารการแจ้งเหตุมลพิษสิ่งแวดล้อม ที่สามารถแจ้งเหตุโดยตรงหรือการประสานงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

-  สสภ.15  เบอร์โทรศัพท์/โทรสาร   076 219415 ,219329 /076 219603

- จดหมายอิเลคทรอนิคส์ ได้แก่   อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

- ศูนย์บริการประชาชน (e-pettition) http://pettition.mnre.go.th/mnre_pettition

 - เวปไซด์สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 15  www.reo15.net

 โดยเจ้าหน้าที่สสภ.15 เมื่อได้รับแจ้งเหตุกรณีเกิดเหตุมลพิษทางน้ำ อาทิ การรั่วไหลของสารเคมี  สัตว์น้ำตาย โรงงานปล่อยน้ำเสีย เป็นต้น ให้สอบถามข้อมูลและบันทึกรายละเอียดข้อมูลตามแบบฟอร์มรับเรื่องร้องเรียนด้านสิ่งแวดล้อม(ภาคผนวก ก) ที่เกี่ยวข้องให้ได้มากที่สุด ได้แก่

- ข้อมูลผู้แจ้งเหตุ ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ติดต่อ

-สถานที่เกิดเหตุ วัน/เวลา

-รายละเอียดของเหตุการณ์  ชนิดของสัตว์น้ำที่ตาย 

-ลักษณะของสถานการณ์ขณะแจ้งเหตุ 

-สภาพแวดล้อมโดยรอบ 

-ลักษณะความเสียหาย

-การแจ้งเหตุแก่หน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องอื่นๆ

-ผู้รับแจ้งเหตุ วันที่/เวลา   

หรือพิมพ์ข้อความจดหมาย หนังสือที่แจ้งผ่านช่องทางสื่อสารอื่นๆ  จากนั้นลงทะเบียนรับเอกสารดังกล่าวเพื่อเสนอผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 15 เพื่อพิจารณาสั่งการแก่ผู้รับผิดชอบปฏิบัติงาน ทั้งนี้ระยะเวลาในการเริ่มออกตรวจสอบหรือประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใน 10 วันทำการนับแต่วันรับเรื่องเหตุ  และระยะเวลาในการดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียน ภายใน 60 วันทำการนับแต่วันรับแจ้ง

2. การประเมินสถานการณ์              เมื่อรวบรวมข้อมูลทั้งหมดแล้ว ให้ผู้รับแจ้งหรือเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายเหตุประเมินสถานการณ์ของเหตุการณ์ โดยมีประเด็นพิจารณาประกอบด้วย

                -เกิดเหตุอะไรขึ้น

                -ที่ไหน

                -เมื่อใด

                -อย่างไร

                -ชนิด/ลักษณะสารเคมีที่รั่วไหล

                -ผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น

                -การดำเนินการแล้วในเบื้องต้น

3. การวางแผนปฏิบัติงาน  หลังจากได้มีการประเมินสถานการณ์เบื้องต้นแล้ว ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ วางแผนการปฏิบัติงาน การจัดเตรียมอุปกรณ์เครื่องมือตรวจวัด การประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับทราบข้อมูลเบื้องต้นและประสานความร่วมมือ ได้แก่ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด สำนักป้องกันสาธารณภัยจังหวัด  อาสาสมัครเครือข่ายสิ่งแวดล้อม เครือข่ายสิ่งแวดล้อมและหน่วยงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง

4. การปฏิบัติงานตรวจสอบ  เมื่อเดินทางถึงพื้นที่เกิดเหตุให้ดำเนินการ  ดังนี้

                4.1 ให้ประสานติดต่อผู้แจ้งเหตุหรือผู้ที่เกี่ยวข้องเมื่อเดินทางถึงพื้นที่เกิดเหตุแล้ว เพื่อตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุอย่างละเอียด

                4.2 กำหนดขอบเขตของพื้นที่สำรวจ โดยครอบคลุมพื้นที่เกิดเหตุรวมถึงพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ แหล่งกำเนิดมลพิษที่มีความเป็นไปได้ โดยพิจารณาทิศทางของกระแสน้ำ ระยะทางที่แหล่งน้ำไหลไป

                4.3 พิจารณาชนิด คุณลักษณะมลพิษ และการแพร่กระจายไปยังแหล่งที่ก่อให้เกิดผลกระทบ  เพื่อพิจารณากำหนดประเภทตัวอย่างที่จะเก็บ เช่นน้ำ ตะกอนดิน สัตว์น้ำ เป็นต้น โดยกำหนดจุดเก็บตัวอย่างน้ำ ตะกอนดิน สัตว์น้ำ ให้สอดคล้องกับขอบเขตของพื้นที่และเป็นตัวแทนที่ดีในการบ่งชี้คุณภาพน้ำ โดยพิจารณาจุดเก็บตัวอย่างต่างๆ ดังนี้

                   กลุ่มที่ 1 จุดเก็บในบริเวณที่เกิดเหตุการณ์

                   กลุ่มที่ 2 จุดเก็บน้ำทิ้งจากแหล่งที่คาดว่าจะเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษ

                   กลุ่มที่ 3 จุดเก็บต้นน้ำ-ปลายน้ำ จุดควบคุม หรือจุดอ้างอิง

      4.4   การตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมภาคสนาม ได้แก่ ความเป็นกรด-ด่าง อุณหภูมิน้ำ ออกซิเจนละลายน้ำ ความนำไฟฟ้า เป็นต้น   และการเก็บตัวอย่างสิ่งแวดล้อมตามที่ได้พิจารณาพร้อมบันทึกข้อมูลสภาพแวดล้อมโดยรอบ และภาพถ่ายรูปสถานที่เกิดเหตุ สภาพของสัตว์น้ำ แหล่งกำเนิดมลพิษที่สำรวจ

                4.5 การส่งตัวอย่างตรวจห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองตามกฎหมาย ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะดำเนินการส่งตัวอย่าง ควรแจ้งประสานห้องปฏิบัติการที่ส่งตัวอย่างตรวจวิเคราะห์คุณภาพสิ่งแวดล้อมเพื่อเตรียมพร้อมอุปกรณ์เครื่องมือและการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างสิ่งแวดล้อมตามประเภทและระยะเวลาการเก็บรักษาตัวอย่าง

                4.6 การตรวจสอบแหล่งกำเนิดมลพิษ หลังจากทราบผลวิเคราะห์ดัชนีคุณภาพน้ำในภาคสนามและห้องปฏิบัติการแล้วเจ้าหน้าที่จะต้องพิจารณาถึงความรุนแรงที่บ่งชี้ถึงประเภทแหล่งกำเนิดมลพิษที่น่าจะก่อมลพิษในพื้นที่ ซึ่งหน่วยงานสามารถประสานกับหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายสามารถตรวจสอบ สั่งการ ให้มีการปรับปรุงแก้ไขป้องกันมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมได้  ทั้งนี้ตามพรบ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ได้กำหนดควบคุมแหล่งกำเนิด เป็น 8 ประเภท ได้แก่

                1) โรงงานอุตสาหกรรมและนิคมอุตสาหกรรม

                2) อาคารบางประเภทและบางขนาด อาคารชุด โรงแรม ตลาด ภัตตาคารหรือร้านอาหาร  สถานพยาบาล

                3) การเลี้ยงสุกร

                4) ที่ดินจัดสรร

                5) สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง

                6) บ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง

                7) บ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกร่อย

                8) ท่าเทียบเรือประมง สะพานปลา และกิจการแพปลา

และตามประกาศพื้นที่ควบคุมมลพิษ และพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมซึ่งโครงการ กิจการต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมีการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามระยะเวลาต่อเนื่องเพื่อตรวจสอบยืนยันประสิทธิภาพของมาตรการดังกล่าวได้ 

                   เมื่อทราบรายชื่อแหล่งกำเนิดมลพิษในพื้นที่ที่จะเข้าตรวจสอบแล้ว มีขั้นตอนการดำเนินการ ดังนี้

                1) การแจ้งหนังสือราชการประสานนัดหมายกับหน่วยงานที่มีอำนาจในการเข้าตรวจสถานที่ของแหล่งกำเนิดมลพิษ อาทิ สนง.อุตสาหกรรมจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นต้น หากมีปัญหาในการเข้าตรวจสอบจะต้องประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย

                2) จัดเตรียมเอกสารหนังสือราชการขอเข้าตรวจสอบ เพื่อแสดงต่อพนักงานของสถานที่ รวมทั้งข้อมูลคุณภาพน้ำ รายละเอียดของสถานที่แหล่งกำเนิด เป็นต้น

                3) ตรวจสอบกระบวนการ ขั้นตอน การบำบัดน้ำเสีย และจุดปล่อยระบายน้ำทิ้งของแหล่งกำเนิดที่ตรวจสอบ ตรวจสอบแผนผัง เอกสารการควบคุมบำบัดของเสีย ผลวิเคราะห์ตามวันเวลาหรือช่วงที่เกิดเหตุมลพิษ โดยสอบถามพนักงานที่รับผิดชอบโดยตรงหรือผู้บริหาร ทั้งนี้มีการจดบันทึก ข้อสังเกต การถ่ายรูปไว้ทุกขั้นตอน

                4) การตรวจสอบและเก็บตัวอย่างน้ำทิ้ง ณ จุดปล่อยน้ำทิ้งลงสู่แหล่งน้ำภายนอก โดยตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำในภาคสนามและส่งตรวจห้องปฏิบัติการ บันทึกลักษณะสภาพทางกายภาพของน้ำ พื้นที่บริเวณโดยรอบ ว่ามีปัญหามลพิษเกิดขึ้นหรือไม่

                5) การสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียง อาทิ ปัญหาในอดีตย้อนหลัง สภาพการเกิดมลพิษ และประสานเป็นเครือข่ายเฝ้าระวังแจ้งเหตุหากเกิดกรณีมลพิษทางน้ำในอนาคต

5. การรายงานสรุปสถานการณ์ แก่ผู้บังคับบัญชา และการวางแผนดำเนินงานในขั้นต่อไป

                 เมื่อเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมข้อมูลจากการสำรวจพื้นที่ การตรวจวิเคราะห์คุณภาพสิ่งแวดล้อม และข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด  มาวิเคราะห์จัดทำรายงานสรุปสถานการณ์กรณีเกิดเหตุมลพิษทางน้ำเพื่อสื่อสารนำเสนอสถานการณ์ข้อเท็จจริงสู่สาธารณะหรือผู้เกี่ยวข้องให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันและเป็นการนำเสนอให้ผู้บังคับบัญชาหรือผู้บริหารรับทราบและพิจารณาสั่งการ และประสานวางแผนดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามอำนาจหน้าที่ของกฎหมายต่อไป  

ส่วนประกอบของแบบรายงานผลดำเนินการเหตุฉุกเฉิน /เหตุร้องเรียน ด้านมลพิษสิ่งแวดล้อม กรณีเหตุมลพิษทางน้ำ (ภาคผนวก ข)

1.ข้อมูลสภาพทั่วไป ประกอบด้วย สภาพพื้นที่ สภาพทางกายภาพแหล่งน้ำ สภาพแหล่งกำเนิดมลพิษที่อาจก่อให้เกิดมลพิษ

2. รายงานผลดำเนินการตรวจสอบ ประกอบด้วย ชื่อผู้ปฏิบัติงาน หน่วยงานตรวจสอบ รายละเอียดแหล่งกำเนิดมลพิษ  ข้อเท็จจริง การเก็บตัวอย่าง   ข้อมูลคุณภาพน้ำในภาคสนามและห้องปฏิบัติการ การบำบัดมลพิษ บ่งชี้ถึงสภาพปัญหา ความรุนแรงผลกระทบที่เกิดขึ้น การป้องกันและแก้ไขปัญหา และการแจ้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง   

3. การสรุปผล เป็นการสรุปผลประเด็นสำคัญของการตรวจสอบและรายงานข้อมูลคุณภาพน้ำโดยย่อ แนวทางป้องกันแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากปัญหามลพิษที่เกิดขึ้นได้  เพื่อให้ผู้บริหารรับทราบ

 

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ลิขสิทธิ์ © 2010 การจัดการความรู้สิ่งแวดล้อม สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 15. สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด.
5/51-52 ถนนศักดิเดช ตำบลตลาดเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต 83000
Tel : 076-219329, 076-219415 Fax : 076-219603
e-mail : reo15.org@mnre.mail.go.th