วันพฤหัสบดีที่ 08 กรกฏาคม 2010 เวลา 09:48 น. แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 05 สิงหาคม 2010 เวลา 09:18 น.
เหตุมลพิษทางน้ำที่เกิดขึ้นมาจากหลายสาเหตุ อาทิ การลักลอบปล่อยน้ำเสียหรือของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม น้ำทิ้งชุมชน น้ำทิ้งจากกิจกรรมการเกษตร การเกิดอุบัติเหตุที่มีการรั่วไหลของสารเคมีหรือสารพิษลงสู่แหล่งน้ำ หรือการเกิดปรากฎการณ์ยูโทรฟิเคชัน หรือเกิดจากโรคระบาดในสัตว์น้ำเป็นต้น ซึ่งส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงคุณภาพสิ่งแวดล้อมของแหล่งน้ำที่ทำให้สิ่งมีชีวิตที่อาศัยในแหล่งน้ำตายได้การนี้ตามบทบาทหน้าที่ของสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 15ในการเฝ้าระวังและควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อมแหล่งน้ำผิวดิน และแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนด้านสิ่งแวดล้อม จึงได้จัดทำแผนฉุกเฉินกรณีเหตุมลพิษทางน้ำเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานแก่เจ้าหน้าที่สสภ.15 เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นสามารถดำเนินงาน ประสาน สนับสนุนงานกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป
บทบาทและภารกิจ
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.)
- รับทราบสภาพปัญหา พิจารณามอบหมาย/สั่งการในการแก้ไขปัญหา และเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะ
กรมควบคุมมลพิษ(คพ.)
- รับสำเนาแจ้งเหตุ
- สนับสนุนสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค/สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด ในการจัดการแก้ไขปัญหาในพื้นที่
สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 15
- รับแจ้งเหตุ
- แจ้งเหตุฉุกเฉินหรือร้องเรียนด้านสิ่งแวดล้อม ต่อ ทส.และทสจ.
- สนับสนุนสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด ในการจัดการแก้ไขปัญหาในพื้นที่รับผิดชอบ
- ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการแก้ไขปัญหา
สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด (ทสจ.)
- รับแจ้งเหตุ
- ประสาน สสภ.และคพ.ในการแจ้งเหตุ ข้อมูล สถานการณ์ สภาพปัญหาและความร่วมมือในการจัดการแก้ไขปัญหาในเขตจังหวัดที่รับผิดชอบ
- ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการแก้ไขปัญหา
ผู้รับผิดชอบการปฏิบัติงาน
สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 15 ได้แต่งตั้งคณะทำงานดำเนินงานจัดการเรื่องร้องเรียนและเหตุเตือนภัยด้านสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย
1.นายอัครวัฒน์ หิรัญพันธุ์ นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการพิเศษ
2.นายศุภชัย นาวิกภูมิ นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการพิเศษ
3.นายมนต์ชัย ปั้นโอ้ นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ
และแต่งตั้งคณะทำงานสนับสนุนการปฏิบัติงานเรื่องร้องเรียนและเหตุเตือนภัยด้านสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย
1. นางเพ็ญสินี หนูทอง นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ
2. นางสาวนันทนิตย์ เจริญไธสง นักวิชาการสิ่งแวดล้อมปฏิบัติการ
3.นายเชิดชาย นันทบุตร นักวิชาการสิ่งแวดล้อม
โดยมีหน้าที่ความรับผิดชอบ การตรวจสอบข้อเท็จจริงและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้คำปรึกษา ข้อเสนอแนะมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม สนับสนุนการตรวจวิเคราะห์คุณภาพสิ่งแวดล้อมในภาคสนามและห้องปฏิบัติการ และรวบรวมจัดเก็บข้อมูลเหตุเตือนภัยด้านสิ่งแวดล้อมในพื้นที่รับผิดชอบและภายใต้อำนาจหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดไว้
เครือข่ายสิ่งแวดล้อม
1.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต
โทรศัพท์ 076 211067 ต่อ 14
2.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพังงา
โทรศัพท์ 076 440619
3.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดกระบี่
โทรศัพท์ 075 611396
4.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดตรัง
โทรศัพท์ 075 218983
5.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสตูล
โทรศัพท์ 074 4711039
6.กรมควบคุมมลพิษ
สำนักจัดการคุณภาพน้ำ โทรศัพท์ 02 2982268
ฝ่ายตรวจและบังคับการ โทรศัพท์ 02 2982648 ,02 2982598
ฝ่ายคุณภาพสิ่งแวดล้อมและห้องปฏิบัติการ โทร 02 2982548
โทรสาร 02 2982819
7.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
สำนักปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โทร
02 2788561-5
รายละเอียดขั้นตอนการดำเนินงาน
ประกอบด้วยขั้นตอนต่างๆ ดังนี้
1. การรับแจ้งเหตุ สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 15 ได้เปิดช่องทางสื่อสารการแจ้งเหตุมลพิษสิ่งแวดล้อม ที่สามารถแจ้งเหตุโดยตรงหรือการประสานงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
- สสภ.15 เบอร์โทรศัพท์/โทรสาร 076 219415 ,219329 /076 219603
- จดหมายอิเลคทรอนิคส์ ได้แก่ อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
- ศูนย์บริการประชาชน (e-pettition) http://pettition.mnre.go.th/mnre_pettition
- เวปไซด์สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 15 www.reo15.net
โดยเจ้าหน้าที่สสภ.15 เมื่อได้รับแจ้งเหตุกรณีเกิดเหตุมลพิษทางน้ำ อาทิ การรั่วไหลของสารเคมี สัตว์น้ำตาย โรงงานปล่อยน้ำเสีย เป็นต้น ให้สอบถามข้อมูลและบันทึกรายละเอียดข้อมูลตามแบบฟอร์มรับเรื่องร้องเรียนด้านสิ่งแวดล้อม(ภาคผนวก ก) ที่เกี่ยวข้องให้ได้มากที่สุด ได้แก่
- ข้อมูลผู้แจ้งเหตุ ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ติดต่อ
-สถานที่เกิดเหตุ วัน/เวลา
-รายละเอียดของเหตุการณ์ ชนิดของสัตว์น้ำที่ตาย
-ลักษณะของสถานการณ์ขณะแจ้งเหตุ
-สภาพแวดล้อมโดยรอบ
-ลักษณะความเสียหาย
-การแจ้งเหตุแก่หน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องอื่นๆ
-ผู้รับแจ้งเหตุ วันที่/เวลา
หรือพิมพ์ข้อความจดหมาย หนังสือที่แจ้งผ่านช่องทางสื่อสารอื่นๆ จากนั้นลงทะเบียนรับเอกสารดังกล่าวเพื่อเสนอผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 15 เพื่อพิจารณาสั่งการแก่ผู้รับผิดชอบปฏิบัติงาน ทั้งนี้ระยะเวลาในการเริ่มออกตรวจสอบหรือประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใน 10 วันทำการนับแต่วันรับเรื่องเหตุ และระยะเวลาในการดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียน ภายใน 60 วันทำการนับแต่วันรับแจ้ง
2. การประเมินสถานการณ์ เมื่อรวบรวมข้อมูลทั้งหมดแล้ว ให้ผู้รับแจ้งหรือเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายเหตุประเมินสถานการณ์ของเหตุการณ์ โดยมีประเด็นพิจารณาประกอบด้วย
-เกิดเหตุอะไรขึ้น
-ที่ไหน
-เมื่อใด
-อย่างไร
-ชนิด/ลักษณะสารเคมีที่รั่วไหล
-ผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น
-การดำเนินการแล้วในเบื้องต้น
3. การวางแผนปฏิบัติงาน หลังจากได้มีการประเมินสถานการณ์เบื้องต้นแล้ว ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ วางแผนการปฏิบัติงาน การจัดเตรียมอุปกรณ์เครื่องมือตรวจวัด การประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับทราบข้อมูลเบื้องต้นและประสานความร่วมมือ ได้แก่ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด สำนักป้องกันสาธารณภัยจังหวัด อาสาสมัครเครือข่ายสิ่งแวดล้อม เครือข่ายสิ่งแวดล้อมและหน่วยงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง
4. การปฏิบัติงานตรวจสอบ เมื่อเดินทางถึงพื้นที่เกิดเหตุให้ดำเนินการ ดังนี้
4.1 ให้ประสานติดต่อผู้แจ้งเหตุหรือผู้ที่เกี่ยวข้องเมื่อเดินทางถึงพื้นที่เกิดเหตุแล้ว เพื่อตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุอย่างละเอียด
4.2 กำหนดขอบเขตของพื้นที่สำรวจ โดยครอบคลุมพื้นที่เกิดเหตุรวมถึงพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ แหล่งกำเนิดมลพิษที่มีความเป็นไปได้ โดยพิจารณาทิศทางของกระแสน้ำ ระยะทางที่แหล่งน้ำไหลไป
4.3 พิจารณาชนิด คุณลักษณะมลพิษ และการแพร่กระจายไปยังแหล่งที่ก่อให้เกิดผลกระทบ เพื่อพิจารณากำหนดประเภทตัวอย่างที่จะเก็บ เช่นน้ำ ตะกอนดิน สัตว์น้ำ เป็นต้น โดยกำหนดจุดเก็บตัวอย่างน้ำ ตะกอนดิน สัตว์น้ำ ให้สอดคล้องกับขอบเขตของพื้นที่และเป็นตัวแทนที่ดีในการบ่งชี้คุณภาพน้ำ โดยพิจารณาจุดเก็บตัวอย่างต่างๆ ดังนี้
กลุ่มที่ 1 จุดเก็บในบริเวณที่เกิดเหตุการณ์
กลุ่มที่ 2 จุดเก็บน้ำทิ้งจากแหล่งที่คาดว่าจะเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษ
กลุ่มที่ 3 จุดเก็บต้นน้ำ-ปลายน้ำ จุดควบคุม หรือจุดอ้างอิง
4.4 การตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมภาคสนาม ได้แก่ ความเป็นกรด-ด่าง อุณหภูมิน้ำ ออกซิเจนละลายน้ำ ความนำไฟฟ้า เป็นต้น และการเก็บตัวอย่างสิ่งแวดล้อมตามที่ได้พิจารณาพร้อมบันทึกข้อมูลสภาพแวดล้อมโดยรอบ และภาพถ่ายรูปสถานที่เกิดเหตุ สภาพของสัตว์น้ำ แหล่งกำเนิดมลพิษที่สำรวจ
4.5 การส่งตัวอย่างตรวจห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองตามกฎหมาย ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะดำเนินการส่งตัวอย่าง ควรแจ้งประสานห้องปฏิบัติการที่ส่งตัวอย่างตรวจวิเคราะห์คุณภาพสิ่งแวดล้อมเพื่อเตรียมพร้อมอุปกรณ์เครื่องมือและการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างสิ่งแวดล้อมตามประเภทและระยะเวลาการเก็บรักษาตัวอย่าง
4.6 การตรวจสอบแหล่งกำเนิดมลพิษ หลังจากทราบผลวิเคราะห์ดัชนีคุณภาพน้ำในภาคสนามและห้องปฏิบัติการแล้วเจ้าหน้าที่จะต้องพิจารณาถึงความรุนแรงที่บ่งชี้ถึงประเภทแหล่งกำเนิดมลพิษที่น่าจะก่อมลพิษในพื้นที่ ซึ่งหน่วยงานสามารถประสานกับหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายสามารถตรวจสอบ สั่งการ ให้มีการปรับปรุงแก้ไขป้องกันมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมได้ ทั้งนี้ตามพรบ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ได้กำหนดควบคุมแหล่งกำเนิด เป็น 8 ประเภท ได้แก่
1) โรงงานอุตสาหกรรมและนิคมอุตสาหกรรม
2) อาคารบางประเภทและบางขนาด อาคารชุด โรงแรม ตลาด ภัตตาคารหรือร้านอาหาร สถานพยาบาล
3) การเลี้ยงสุกร
4) ที่ดินจัดสรร
5) สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง
6) บ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง
7) บ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกร่อย
8) ท่าเทียบเรือประมง สะพานปลา และกิจการแพปลา
และตามประกาศพื้นที่ควบคุมมลพิษ และพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมซึ่งโครงการ กิจการต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมีการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามระยะเวลาต่อเนื่องเพื่อตรวจสอบยืนยันประสิทธิภาพของมาตรการดังกล่าวได้
เมื่อทราบรายชื่อแหล่งกำเนิดมลพิษในพื้นที่ที่จะเข้าตรวจสอบแล้ว มีขั้นตอนการดำเนินการ ดังนี้
1) การแจ้งหนังสือราชการประสานนัดหมายกับหน่วยงานที่มีอำนาจในการเข้าตรวจสถานที่ของแหล่งกำเนิดมลพิษ อาทิ สนง.อุตสาหกรรมจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นต้น หากมีปัญหาในการเข้าตรวจสอบจะต้องประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย
2) จัดเตรียมเอกสารหนังสือราชการขอเข้าตรวจสอบ เพื่อแสดงต่อพนักงานของสถานที่ รวมทั้งข้อมูลคุณภาพน้ำ รายละเอียดของสถานที่แหล่งกำเนิด เป็นต้น
3) ตรวจสอบกระบวนการ ขั้นตอน การบำบัดน้ำเสีย และจุดปล่อยระบายน้ำทิ้งของแหล่งกำเนิดที่ตรวจสอบ ตรวจสอบแผนผัง เอกสารการควบคุมบำบัดของเสีย ผลวิเคราะห์ตามวันเวลาหรือช่วงที่เกิดเหตุมลพิษ โดยสอบถามพนักงานที่รับผิดชอบโดยตรงหรือผู้บริหาร ทั้งนี้มีการจดบันทึก ข้อสังเกต การถ่ายรูปไว้ทุกขั้นตอน
4) การตรวจสอบและเก็บตัวอย่างน้ำทิ้ง ณ จุดปล่อยน้ำทิ้งลงสู่แหล่งน้ำภายนอก โดยตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำในภาคสนามและส่งตรวจห้องปฏิบัติการ บันทึกลักษณะสภาพทางกายภาพของน้ำ พื้นที่บริเวณโดยรอบ ว่ามีปัญหามลพิษเกิดขึ้นหรือไม่
5) การสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียง อาทิ ปัญหาในอดีตย้อนหลัง สภาพการเกิดมลพิษ และประสานเป็นเครือข่ายเฝ้าระวังแจ้งเหตุหากเกิดกรณีมลพิษทางน้ำในอนาคต
5. การรายงานสรุปสถานการณ์ แก่ผู้บังคับบัญชา และการวางแผนดำเนินงานในขั้นต่อไป
เมื่อเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมข้อมูลจากการสำรวจพื้นที่ การตรวจวิเคราะห์คุณภาพสิ่งแวดล้อม และข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด มาวิเคราะห์จัดทำรายงานสรุปสถานการณ์กรณีเกิดเหตุมลพิษทางน้ำเพื่อสื่อสารนำเสนอสถานการณ์ข้อเท็จจริงสู่สาธารณะหรือผู้เกี่ยวข้องให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันและเป็นการนำเสนอให้ผู้บังคับบัญชาหรือผู้บริหารรับทราบและพิจารณาสั่งการ และประสานวางแผนดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามอำนาจหน้าที่ของกฎหมายต่อไป
ส่วนประกอบของแบบรายงานผลดำเนินการเหตุฉุกเฉิน /เหตุร้องเรียน ด้านมลพิษสิ่งแวดล้อม กรณีเหตุมลพิษทางน้ำ (ภาคผนวก ข)
1.ข้อมูลสภาพทั่วไป ประกอบด้วย สภาพพื้นที่ สภาพทางกายภาพแหล่งน้ำ สภาพแหล่งกำเนิดมลพิษที่อาจก่อให้เกิดมลพิษ
2. รายงานผลดำเนินการตรวจสอบ ประกอบด้วย ชื่อผู้ปฏิบัติงาน หน่วยงานตรวจสอบ รายละเอียดแหล่งกำเนิดมลพิษ ข้อเท็จจริง การเก็บตัวอย่าง ข้อมูลคุณภาพน้ำในภาคสนามและห้องปฏิบัติการ การบำบัดมลพิษ บ่งชี้ถึงสภาพปัญหา ความรุนแรงผลกระทบที่เกิดขึ้น การป้องกันและแก้ไขปัญหา และการแจ้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
3. การสรุปผล เป็นการสรุปผลประเด็นสำคัญของการตรวจสอบและรายงานข้อมูลคุณภาพน้ำโดยย่อ แนวทางป้องกันแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากปัญหามลพิษที่เกิดขึ้นได้ เพื่อให้ผู้บริหารรับทราบ
| ถัดไป > |
|---|



